การสูญเสีย
posted on 05 Feb 2008 12:42 by iamlily in BrokenHeart
การสูญเสียนั้นเป็นสัจจะแห่งธรรมชาติ การสูญเสียเป็นการสร้างสรรค์ชนิดหนึ่ง ธรรมชาติต้องสูญเสียดอกไม้ตูมไป เพื่อที่ได้ดอกไม้บานมา ในขณะที่เราได้พืชต้นใหม่ เราก็เสียเมล็ดพืชไป เมื่อเริ่มกลางวัน กลางคืน ก็เสียไป
การสูญเสีย คือ การเริ่มต้นสร้างสรรค์สิ่งใหม่ การสูญเสีย คือ การเกิดใหม่ ซึ่งอาจจะได้มาใหม่ยิ่งใหญ่กว่าเก่า
ในชีวิตมนุษย์เราก็เช่นกัน เมื่อฟันน้ำนมของเราหลุดไป ฟันแท้ก็ขึ้นมาแทน ( เมื่อฟันแท้หลุดไป ฟันปลอมก็ขึ้นมาแทน) ถ้าฟันน้ำนมยังอยู่ ฟันแท้จะแทงเหงือกเราออกมาได้อย่างไรเล่า (และถ้าฟันแท้ของเรายังอยู่ ปลอมทำหยัง) เพราะฉะนั้น ขอให้เชื่อเถิดว่า ไม่ว่าเราจะได้อะไรในชีวิตนี้ เราจะเสียไปก่อนเสมอ
การสูญเสียจะมีส่วนผูกพันกับการได้มา เพียงแต่เราไ่ม่ค่อยรู้สึกเท่านั้นเอง เมื่อเราได้ผมยาวมา เราก็เสียผมสั้นไป สัจจะ มองเห็นด้วยใจง่าย ๆ เช่นนี้ เรื่องของเรื่องก็คือ เรามักนะรู้สึกเอาแต่ตอนที่เสีย ตอนที่ได้ไม่ค่อยจะรู้สึก
เห็นจริงดังที่แถลงมานี่แล้วมิใช่หรือว่า การสูญเสียนั้น คือ การสร้างสรรค์์
เขาแยกประเภทของการสูญเสียไว้หลายประการ มีที่สูญเสียชนิดชัดเจนเจ๋งเป้ง อย่างเช่นคนที่เรารักตาย หรือแฟนเราตาย การแยกกันอยู่กับคนที่เคยอยู่ด้วยกัน การหย่า การถูกหักอก แล้วก็มีการสูญเสียชนิดไม่ค่อยชัดเจน อย่างเช่น การย้าย บ้าน ย้ายโรงเรียน ทำสตางค์ตกใต้ถุน สิวหัวช้างขึ้นที่ปลายจมูกก่อนคืนที่นัดแฟนว่าจะไปงานดิ้น อะไรทำนองนี้
ความสูญเสียของวัยรุ่น แค่วุ่น ๆ อยู่กับเรื่องหักอกเขาและถูกเขาหักอกที่แหละ (คนที่มีอายุ 40 ปีแล้ว ยังถูกเขาหักอกเลย)
ถ้าหักอกเขา เราก็หัวเราะกิ๊กคิกคักหัวเราะกั๊กๆ กลับบ้านนอน อิ่มอกอิ่มใจ ตัวพอง ว่าเรานี้หนอช่างสามารถ แต่ทีนี้ถ้าเรา ถูกเขาหักอก ก็ย่อมเป็นธรรมดาที่เราจะหัวซุกหัวซุนกลับมา ตรงนี้แหละตอนนี้แล ที่เราจำจะต้องเรียนรู้วิธี การเยียวยา รักษาตัวเอง
เรื่องแรกที่เราต้องทำความเข้าใจ คือ การอกหักนั้น ถ้าอกหักไปเลยรู้แล้วรู้รอดก็แล้วไป จะตัดสินอะไร ทำอย่างไร วิธีไหน ก็ตัดสินใจได้ เพราะรู้ผลฃัดเจนกระจ่างแจ้งดีแล้ว ยุ่งตอนที่มันยังไ่ม่รู้ว่าจะออกหัวหรือออกก้อย คือ คาราคาซัง จะอยู่หรือไป ก็ไม่แจ้งชัด การยอมให้ตนเองอยู่ในภาวะคาราคาซังนั้น เป็นความสูญเสียอย่างหนึ่งเหมือนกันไม่ว่า ผลจะ ออกมาอย่างไร
ความสงสัยเป็นการสูญเสียชนิดหนึ่ง ที่จะต้องหาวิธีการจัดการกับมันอย่างพิถีพิถันสักหน่อย อาการคาราคาซัง เป็นภาวะ การทรมานที่เจ็บปวด และเมื่อยังคาราคาซัง สัญชาตญาณจะกระซิบตัวเราเองอยู่เรื่อยว่า เรายังมีความหวังอยู่ ริบๆ หรี่ๆิ นิดๆ หน่อยๆ ให้มันจบไปเสียเลยดีกว่าที่จะปล่อยให้เจ้าความทรมารจากการคาราคาซังนั้นฉุดกระชากลากถูเราพาให้ หนังถลอกปอกเปิก
เพราะฉะนั้น เขาว่ากันว่า บอกเลิกให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยจะดีกว่า.......
(ที่มา : อกหักแต่ไม่ยักตาย ของ อ.วาณิช จรุงกิจอนันต์ )
#1 By ★POSTMODERN★ on 2008-02-05 13:58