กาลครั้งหนึ่งนานมา แล้ว........


มีครูกับลูกศิษย์นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ซึ่งใกล้กับสนามหญ้าอันกว้างใหญ่
ทันใดนั้น ลูกศิษย์ คนหนึ่งก้อถามขึ้นมาว่า

ลูกศิษย์ : อาจารย์ คับ ผมสงสัยจังเลยว่า เราจะหาคู่แท้ของเรา
เจอได้ไงคับ อาจารย์ บอกผมหน่อยได้ไหมคับ ?


อาจารย์ : ( เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนที่จะตอบ)
อืม มันเป็นคำถามที่ยากนะ
แต่ในขณะ เดียวกันมันก็เป็นคำถามที่ง่ายเหมือนกันนะ

ลูกศิษย์ :( นั่งคิดอย่างหนัก)
อืม ?.... งงอะไม่เข้าใจ

อาจารย์ : โอเค งั้น เธอลองมองไปทางนั้นนะ ตรงนั้นน่ะ
มีหญ้าเยอะแยะเลยใช่ไหม เธอลองเดิน ไปหาหญ้าต้นที่สวยที่สุด
แล้วเด็ดมาให้ครูสิ ต้นเดียว เท่านั้นนะ
แต่ว่าเวลาเธอเดินเนี่ยเธอต้องเดินไปข้าง หน้าอย่างเดียวนะ
ห้ามเดินถอยหลัง เข้าใจ ไหม

ลูกศิษย์ :ได้เลยครับ จาน รอสักครูน่ะครับ
(
ว่าแล้วก้อวิ่งตรงไปยังสนาม หญ้า)
หลังจากนั้นไม่ นาน....

ลูกศิษย์ : ผมกลับมาแล้วครับ จาน

อาจารย์ :อืม...แต่ ทำไมครูไม่เห็นต้นหญ้าสวย ๆ
ในมือเธอเลย หละ

ลูกศิษย์ : อ๋อ คืองี้ ครับจาน
ตอนที่ผมเดินไปแล้วผมเจอต้นหญ้าสวยๆ เนี่ย
ผมก้อก้อคิดว่า เออ เดี๋ยวก้อคงเจอต้นที่สวย กว่านี้
ดังนั้นผมก็เลยไม่เด็ดมัน แล้วผมก็เดินไปเรื่อย รู้ตัวอีกที
มันก็ สุดสนามหญ้าแล้วครับจะเดินกลับก้อไม่ได้
เพราะจานสั่ง ห้ามไว้

อาจารย์ : นั่น แหละ
คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในชีวิตจริงหละ
เรื่องนี้ต้องการที่จะสื่ออะไรกับ เรา

ต้นหญ้า ก็คือ คนที่อยู่รอบ ๆ ตัวคุณ

ต้นหญ้าที่สวยงาม ก็ คือคนที่คุณชอบ
หรือคน! ที่ดึงดูดคุณนั่น แหละ
ทุ่งหญ้าก็คือ เวลา เวลาที่คุณจะหาคู่แท้ของคุณ

อย่ามัวแต่เปรียบเทียบ
แล้วคิดว่าคงจะมีที่ดีกว่านี้ เพราะถ้าคุณมัวแต่เปรียบเทียบ
คุณจะเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์

อย่าลืมว่า ' เวลาไม่เคยย้อนกลับ '

ไม่ใช่แค่ความรักเท่านั้น
เรื่องนี้ ยังสามารถใช้ได้กับการหาคนที่จะมาทำ งานร่วมกับคุณในชีวิต
หรือแม้กระทั่งงานที่เหมาะสมกับ คุณ

ดังนั้น มันจึงเป็น สัจธรรมที่ว่า
จงรัก และไขว่คว้าโอกาสที่คุณมีในขณะนี้
อย่ามัวแต่เสียเวลา
บางครั้งคนเราก็มีโอกาสเลือกแค่เพียงครั้งเดียวเท่านั้น

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ในบางครั้งก็มัวแต่เพลินกับทุ่งหญ้าที่แสนจะกว้างใหญ่
พอเอื้อมมือจะไปหยิบหรือฉกฉวยต้นหญ้าสักต้น
ก็อาจจะมีคนตัดหน้าไป หรือเรียกว่าช้าไปเสียแล้ว

บางครั้งก็ต้องใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตที่จะมองหาคู่แท้
โดยมิรู้ว่าจะเจอหรือไม่...

#1 By ~* แมวอ้วน *~ on 2008-02-27 22:04

สุดยอดดด
คิดได้ไงเนี้ย..... ชอบจัง

#2 By cherried on 2008-02-27 23:21

หวัดดี...สำหรับข้อคิดที่ดีๆ ถ้าบังเอิญไปตรงกับชีวิตใครบางคนที่เป็นอยู่ ก็คงเข้าใจอะไรขึ้นมาบ้าง แต่สิ่งที่แน่นอนที่สุดก็คือการหยุดให้ได้คิด ให้ได้รู้ถึง หลายๆอย่างที่เป็นไปในแนวทางเดียวกันนั้นจริงหรือ...ผมว่าบทเรียนในอดีตหรือข้อคิดอะไรก็แล้วแต่ที่มีไว้ให้เราได้เรียนรู้...ย่อมมีประโยชน์แอบแฝงอยู่ในบทหรือละครนั้นๆในมุมมองที่ไม่ได้แตกต่างกันมากมายในอดีต...ถ้าความคิดคนๆหนึ่งสามารถตัดสินหรือชี้ขาดคนอีกคนหนึ่งได้ แล้วก็ยังมีความคิดอีกมากมายที่คิดไปในแนวทางเดียวกันนั้นแล้ว...จำเป็นรึไม่ครับ ที่จะบอกหรือสรุปได้เลยว่า นี่คือสิ่งที่ถูกต้องและดีที่สุด...ถ้าโดยความคิดส่วนตัวแล้ว...มนุษย์เราหาความเป็นกลางให้ตัวเองได้น้อยมาก...ก็อย่างที่เห็นล่ะครับ...ถ้าคำตอบที่ได้เป็นแค่การอ้างอิงหรือสรุปจากอะไร หรือแค่เพียงต้องการในคำตอบ...ทั้งๆที่ความเป็นจริงแล้วเด็กน้อยคนนั้นไม่รู้เลยว่า...นี่คือคำถามและมีคำตอบในตัวของมันเอง...ถามว่าด้วยวัยเวลานั้น...ตอนนั้นกับวันเวลาที่ผ่านมา...เด็กน้อยคนนั้นมีความรู้สึกว่าได้ศูนย์เสียหรือเสียใจไปกับสิ่งที่ไม่ได้ก้มลงไปเชยชมมันบ้างรึเปล่า...ส่วนตัวในความคิดผมแล้ว...จะเอาผลกระทบตรงไหนมาทำให้เกิดความรู้สึกตรงนั้นครับ...หรือแม้กระทั่งคำว่าเพื่อนหรือมิตรที่ควรจะได้บนความรู้สึกที่ดีนั้น...ถ้าจะให้เปรียบเทียบไปในความรู้สึกที่เกิดขึ้น...คงดีที่ระดับหนึ่ง...แต่ในช่วงหนึ่งของชีวิตในขณะที่มีลมหายใจอยู่..การเดินไปข้างหน้าก็คงไม่ได้แตกต่างจากคนอื่นเท่าไหร่..แต่ก็ใช่ว่าในขณะที่เดินไปแล้วก็หยิบฉวยไปทั่วหรือเพียงแค่คาดหวังให้ได้เจอในสิ่งที่ดีที่สุด..ทั้งๆที่...ถ้าวัดกันด้วยเหตุผลแล้ว...คำตอบมันไม่ใช่นิยาม8ชั้นเ2ขั้นตอนเลยก็ว่าได้...เพียงแต่เราหรือใครก็แล้วแต่...เคยให้มูลค่าหรือวัดผลความรู้สึกในสิ่งที่ตัวเองรับรู้มาตลอด...กับสิ่งที่เกิดขึ้นและผ่านมามากมาย...จะสรุปได้เลย ใช่ไหมว่าสิ่งที่ได้ยินสิ่งที่รู้มา นี่คือคำตอบที่ถูกต้องและดีที่สุดบนมุมมองของคนส่วนใหญ่...ในขณะที่หลายๆคนก็รู้ว่ามันไม่ง่ายเลยกับการตัดสินคนบนความรู้สึกของอีกคน...ในการชี้ชัดว่า..................ช่องว่างคือปริศนาก้อนโตที่แล้วแต่มุมมองของความรู้สึกแต่ล่ะคนที่ต้องการเติมให้สมบูรณ์...ถ้ามองแบบน้ำเน่าก็คงไม่ต่างไปจากละครส่วนหนึ่งของการดำรงค์ชีวิต...แต่ถ้าจะเปลี่ยนบทเปลี่ยนเวลาหาฉากในการแสดงใหม่หรือแม้กระทั่งจะต้องเปลี่ยนบทผู้เล่นก็ตาม...ลองเปลี่ยนมุมมองดูก่อนดีไหมครับ...ไม่ต้องเปลี่ยนอะไรมากมายเพื่อต้องการให้ตอนจบดูดี...ถึงจะไม่ได้เป็นไปตามสิ่ที่กำกับคาดหวังก็ตาม.....แต่สิ่งที่ผมมั่นใจในความคิด...ตัวบวกย่อมมีมากกว่าตัวลบแน่นอน...ดอกไม้ก็คือดอกไม้...ความงามของตัวมันเองย่อมมีให้เชยชมตลอด...ถ้าเราไม่เด็ดมันมาก่อนที่จะมีผู้คนอีกมากมายที่จะเชยชม...อย่าแค่เพียงคิด...และปิดกั้นความเป็นจริง...ความชัดเจนในคำตอบก็ไม่ต้องคอยให้คนมาเติมหาให้มากมายให้สมบูรณ์หรือคอยเติมใส่...........หาตอนจบไม่ได้...ไม่เป็นไรครับ แต่ถ้าต้องฝืนบนความเป็นจริงในชีวิตที่มีอยู่แล้วไร้ความสุขหรือสีสรร...คุ้มแล้วเหรอครับ...ตายพอดีเสียดายถ้าโพสไม่ได้หรือไม่ผ่าน...ต้องมีเว็ปด้วยรึ...อิอิ

#3 By 4444 (58.9.36.160) on 2008-05-09 02:19